ดอดจ์ ไวเปอร์ รถสปอร์ตที่น่าหลงไหล ใครที่ชอบความแรงไม่ควรพลาด

ดอดจ์ ไวเปอร์ ในช่วงเริ่มต้นการผลิต จะเป็นอย่างไร ?

ดอดจ์ ไวเปอร์ เรียกได้ว่า เป็นรถสปอร์ต อีกหนึ่งรุ่น ที่คนรักรถ ใฝ่ฟันและอย่าจะได้ มาครอบครอง ของคนทั่วโลกนั้นเอง ซึ่งเป็นรถที่ มีสมรรถนะสูงอย่าง รถดอดจ์ไวเปอร์ ซึ่งถือว่า เป็นรถที่มีความแรง ของเครื่องยนต์ ไม่แพ้รถสปอร์ตในรุ่นอื่นๆ เลยเช่นกัน และสำหรับจุดเด่น ก็คือเครื่องยนต์ ที่ใช้เครื่อง V10 ซึ่งเจ้าไวเปอร์นี้ ได้เริ่มต้นผลิต ในช่วงปี 1992

ที่มารากฐานในการผลิตที่ ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นการคิดค้น ที่จะทำรถสปอร์ต ออกมาในช่วงนั้น ของบริษัทดอดจ์ ที่ในช่วงปี 1989 ทางผู้บริหาร ของบริษัทนั้น ได้เสนอแนวคิด ว่าทางบริษัทนั้น น่าจะมีการจัดผลิด รถสปอร์ตขึ้นมา จึงทำให้ได้คิดค้น

ซึ่งเจ้า รถสปอร์ตดอดจ์ไวเปอร์ เป็นการคิดค้น ของวิศวกร ในบริษัทไครส์เลอร์กรุ๊ป ที่ในช่วงที่ประธานบริษัทอย่าง โรเบิร์ต ลุตซ์ มีความคิดให้ มีการจัดทำ รถสปอร์ตขึ้นนั้นเอง และกลุ่มวิศวกร โดยการนำทีมของ รอย สโจเบิร์ก สามารถคิดค้นได้สำเร็จ

ในช่วงปีนั้น และได้ตั้งชื่อรถรุ่นนี้ว่า “Viper” หรือที่แปลเป็นไทยว่า “งูพิษ” นั้นเอง ซึ่งหากมองดูดีๆนั้น รูปโฉมของรถนั้น จะคล้ายๆกับงูนั้นเอง ซึ่งเป็นการออกแบบ ให้มีรูปทรงที่ สามารถขับเคลื่อน ไปข้างหน้า แบบงูที่ว่องไว จึงเป็นที่มาของชื่อรุ่นว่า ไวเปอร์นั้นเอง และได้มีการพัฒนา ในช่วงหนึ่งปีต่อมา และสามารถ นำไปขายได้สำเร็จ https://www.7mscorethailand.com/

ดอดจ์ ไวเปอร์

การเปิดตัวอย่างเป็รทางการของ ดอดจ์ ไวเปอร์ จะมีกระแสอย่างไร ?

หลังจากการเปิดตัว อย่างเป็นทางการของ รถสปอร์ตดอจ์ไวเปอร์ ถือว่ามีกระแสตอบรับ ดีมากๆเลยนั้นเอง เนื่องจากเป็นรถที่ มีสไตล์เป็นอย่างมาก และด้วยความสปอร์ต 2 ประตูนั้น ทำให้คนชอบรถ ในช่วงแรกของการเปิดตัวนั้น

มีกระแสตอบรับ และให้ความสนใจ กันเป็นอย่างมาก และด้วยเครื่องยนต์ ที่มีแรงม้าสูง ที่สามารถเทียบเท่า รถสปอร์ตรุ่นอื่นได้นั้น จึงทำให้มียอดขาย ในช่วงเริ่มต้น อย่างดีเลยทีเดียว และสามารถ ทำให้คนรู้จัก กับบริษัทผลิตรถ อย่างดอจ์มากขึ้น อีกด้วยนั้นเอง

Dodge Viper ในรุ่นแรก RT/10 (1992-1995) จะเป็นอย่างไร ?

สำหรับรุ่นแรกนั้น เป็นการทำรูปทรง แบบรถสปอร์ต 2 ประตูที่ สามารถเปิดประทุน ได้อีกด้วยเช่นกัน และสำหรับเจ้า รถไวเปอร์รุ่นแรก ที่พัฒนาเครื่องยนต์ จากลูกสูบที่เป็นเหล็กทั้งชิ้นนั้น เปลี่ยนมาเป็น อะลูมิเนียมอัลลอย ที่เครื่องยนต์นั้น

เป็นเครื่อง V10 ที่มีลูกสูบถึง 10 ตัวด้วยกัน และขนาดของเครื่องนั้น มีความจุถึง 7998cc เลยนั้นเอง เรียกได้ว่า เป็นที่มีความแรงมาก อีกหนึ่งรุ่นเลย และสำหรับเกียร์นั้น เป็นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดด้วยกัน และสามารถ เร่งความเร็ว ได้สูงสุดคือ 264 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และสามารถ เรียกแรงม้าได้ถึง 394 ตัวเลยนั้นเอง แต่อัตราการกินน้ำมันนั้น ก็ถือว่าเยอะพอสมควร ซึ่งเจ้าไวเปอร์นี้ อัตตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 5 กิโลเมตร/ลิตร นั้นเอง ซึ่งในรุ่นแรกนี้ ก็ถือว่าเป็น รถสปอร์ตที่ สามารถทำให้ บริษัทมียอดขาย ที่ถล่มทลาย เป็นอย่างมากเลย ในช่วงนั้นนั่นเอง 

Dodge Viper รุ่นที่สอง GTS (1996-2002) จะเป็นอย่างไร ?

ซึ่งหลังจาก การผลิตไวเปอร์ ในรุ่นแรกที่ มีกระแสที่ดี ในการขายเป็นอย่างมาก เลยที่ให้บริษัทดอจ์ ได้ผลิตรถยนต์ ดอจ์ไวเปอร์รุ่นที่สอง ขึ้นมานั้นเอง ซึ่งรูปโฉมของรุ่นนี้นั้น ก็จะคล้ายๆกับ รุ่นแรกนั้นเอง แต่จะมีเพิ่มตรงที่ ตัวถึงนั้นจะเป็นทรงคูเป้

และยังสามารถ เปิดประทุนได้ อีกเช่นเคย แต่ในรุ่นนี้นั้น ได้มีการพัฒนา จากรุ่นแรกหลายอย่าง พอสมควรเลยนั้นเอง ซึ่งอย่างแรกนั้น คือการทำหลังคารถ ให้สูงกว่ารุ่นแรก เพื่อที่วาทำไว้ สำหรับนักแข่งรถ ที่สามารถ สวมหมวกนิรภัยได้

และอย่างต่อมานั้น คือการลดน้ำหนัง ของตัวถึงให้เบาลง เพื่อจะได้มีความคล่องตัว ในการขับมากขึ้น และอย่างสุดท้ายคือ ตัวเครื่องยนต์นั้น มีความแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเร่งความเร็ว ได้มากที่สุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เลยนั้นเอง Nissan Skyline

ดอดจ์ ไวเปอร์

Dodge Viper รุ่นที่สาม SRT-10 (2003-2006) จะเป็นอย่างไรบ้าง ?

ดอจ์ไวเปอร์รุ่นที่สาม ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นการพัฒนา รถในรุ่นนี้ ให้ดีมากกว่ารุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอย่างแรกนั้น คือรูปทรงของตัวรถ ในรุ่นนี้นั้น ทำตัวรถให้มี ความคมมากยิ่งขึ้น และสามารถต้านลม ได้น้อยมากเลยทีเดียว ส่วนเครื่องยนต์นั้น

ได้เปลี่ยนจากเครื่องเดิม มาเป็นเครื่องแบบใหม่ เป็นเครื่องขนาด 8300cc ที่มีแรงม้ามากถึง 493 ตัวเลยทีเดียว และในรุ่นนี้นั้น สามารถเร่งความเร็ว สูงที่สุดได้ที่ 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังได้พัฒนา ระบบเบรกให้ดียิ่งขึ้นและได้ลดน้ำหนักตัวถัง ให้ลดลงมากกว่าเดิม ถึง 36 กิลโลกรัม ซึ่งในรุ่นนี้ เป็นการพัฒนา จากปัญหาต่างๆ ของรถรุ่นที่สอง ให้ดีมากยิ่งขึ้นนั้นเอง

Dodge Viper รุ่นที่สี่ SRT-10 (2008-2010) จะเป็นอย่างไรนั้น ?

สำหรับเจ้า ดอจ์ไวเปอร์รุ่นที่สี่ ได้ทำตัวถึงออกมา คล้ายกับรุ่นก่อนหน้านี้ แต่จะเปลี่ยนแปลง ให้มีทรงที่ดีกว่าเดิม เพียงเล็กน้อย แต่ว่าสำหรับเครื่องยนต์นั้น ได้มีการเพิ่มความแรง ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในรุ่นนี้ได้ เพิ่มเครื่องยนต์ ที่มีความจุถึง 8400cc

ซึ่งเพิ่มมาจากรุ่นก่อน 100cc นั้นเอง และสามารถเร่งความเร็ว ได้สูงสุดถึง 317 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งให้กำลัง แรงม้าถึง 592 ตัวเลยนั้นเอง และหลังจากการ ออกรุ่นนี้มานั้น ในช่วงปี 2009 ทางประธานบริษัท ได้ออกมาประกาศว่า

จะทำการเลิกผลิต รถดอจ์ไวเปอร์ ลงนั้นเอง จึงทำให้ช่วงนั้น ได้มีการออกรถ ในรุ่นพิเศษขึ้นในรุ่น SRT-10 AXZ  ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด รุ่นสุดท้ายที่ มีการผลิตในช่วงนั้น

ดอดจ์ ไวเปอร์ รุ่นที่ห้า SRTViper (2013 – 2017) จะเป็นอย่างไรกันบ้าง ?

ซึ่งหลังจาก การประกาศเลิกผลิต ไวเปอร์ลงนั้น ระยะเวลา 3 ปี ก็ได้มีการเปิดตัวเจ้า ไวเปอร์รุ่นที่ห้า ออกมาอย่างเป็นทางการ ในงานมอเตอร์โชว์ ในประเทศอเมริกา ที่ในรุ่นนี้นั้น ถือว่าเป็นการ เปลี่ยนแปลงโฉม ของตัวรถไปอย่างมาก

ซึ่งจะทำตัวรถ ให้มีความยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรูปทรงที่ มีความเป็นสปอร์ต เป็นอย่างมาก ส่วนเครื่องยนต์นั้น ก็ได้พัฒนามากขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ V10 ที่มีความจุถึง 8400cc และสามารถเรียก แรงม้าสูงที่สุด 640 แรงม้าเลยนั้นเอง

ซึ่งสามารถ เร่งความเร็วได้สูงที่สุดคือ 331 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในรุ่นนี้นั้น ถือว่าเป็นรุ่นสุดท้าย ในการผลิตรถสปอร์ตอย่าง ดอจ์ ไวเปอร์ ที่เป็นรถสปอร์ต ที่อยู่ในระดับแนวหน้า ของวงการรถ มาอย่างยาวนาน