รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายประเภท และแบรนด์ด้วยกัน

รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย พอพูดถึงรถญี่ปุ่น คนไทยหลายคนคงคุ้นตา ซึ่งรถบ้านหลายๆบ้าน คงเคยใช้บริการแบรนด์รถญี่ปุ่นอย่างแน่นอน รถญี่ปุ่นเองก็มีหลากหลายแบรนด์

รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย โดยการผลิตรถของญี่ปุ่น นั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี 1900 ที่เป็นลักษณะเครื่องยนต์ไอน้ำ ที่ถูกนำเข้าโดยพ่อค้าชาวยุโรป เป็นยี่ห้อ panhard et levassor และในหนึ่งปีถัดมา การค้าขายที่ไม่ได้ยอมกัน โดยอเมริกา ก็ได้นำรถเข้ามาขายในญี่ปุ่น โดยเป็นรุ่น Locomobile steam cars เมื่อญี่ปุ่นมีการนำเข้ามาแล้ว 2 ปี ชาวญี่ปุ่น ที่อศัยแถวกินซ่าเองนั้น ได้ผลิต

รถเครื่องจักรไอน้ำ และขับเคลื่อนด้วยแก๊สโซลีน แต่ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดนำเข้าจากอเมริกา เช่นเคย แล้วผ่านไปเนิ่นนาน บริษัทมิตซูบิชิ ในยุคนั้น ที่เป็นบริษัทต่อเรือ ก็ผันตัวเข้าสู่ วงการอุตสาหกรรมยานยนต์

อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มเป็น mass produc อย่างแรกของญี่ปุ่น มีลักษณะเครื่องยนต์เป็น 4 สูบ ความแรงถึง 35 แรงม้า ในยุคนั้นมีการผลิตออกมาของบริษัทมิตซูบิชิ ถึง 22 คัน สาเหตุที่หยุดชะงักนั้น เนื่องด้วยราคา

ที่แพงกว่า ที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทันใดนั้น บริษัทมิตซูบิชิกลับสู่วงการ อุตสาหกรรมยานยนต์ ในรูปแบบรถบรรทุก ซึ่งเรื่องราวของบริษัทมิตซูบิชิ ที่มีความพยายามในการผลิต ในครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นก่อน

สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เสียอีก และในช่วงปี 1905 มีสงครามเกิดขึ้น โดยสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นกับรัสเซีย และญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีความจ้องการกำลังในการขับเคลื่อน ส่วนของพาหนะต่างๆ โดยมีการนำเข้ามาจาก

อังกฤษและฝรั่งเศส ในรูปแบบที่เป็น รถบรรทุก เพื่อขนย้ายกำลังพล หรือ ทหารของญี่ปุ่นในสงครามนั้น นั่นเอง เมื่อสงครามยุติลง บริษัท โตเกียว แก๊ส และ อิเล็คทริคส์ เริ่มเครื่องจักรในการผลิตรถบรรทุก โดยบริษัท

แห่งประสบผลสำเร็จ ในการผลิตรถบรรทุก ที่มีความแรงของเครื่องยนต์ถึง 30 แรงม้า เมื่อมีการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ในญี่ปุ่น ก็ทำให้ญี่ปุ่นประสบผลสำเร็จ ครั้งยิ่งใหญ่ โดยมีรถยี่ห้อ Otomo ที่เป็น

ต้นแบบรถญี่ปุ่น ครั้งแรก ตั้งแต่แบบของรถ ยาวจนถึงกระบวนการผลิต ทุกสิ่งอย่างนั้น ถูกผลิตในประเทศญี่ปุ่น และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น เมืองเซี่ยงไฮ้ และ ผ่านไปไม่นานนักญี่ปุ่นมีการฝึกมือ

ศึกษาการผลิตยานยนต์ อย่างจริงจัง โดยเพียงไม่กี่ปีหลังจากการผลิต Otomo ได้แล้ว ก็มีรถ ECOCAR เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ท่านไม่ได้ตาฝาดอย่างแน่นอน เพราะในขณะนั้นเพียงแค่ปี 1932 ญี่ปุ่นมี ECOCAR แล้ว

โดยมีจุดประสงค์ในการผลิต ที่หนักแน่น คือ เริ่มจาก การผลิตยานยนต์นี้ ต้องผลิตในประเทศญี่ปุ่น และสองคือ สามารถเคลื่อนที่ได้บนถนน หรือ เส้นทางการเดินทาง ของคนญี่ปุ่นในยุคนั้น สาม คือใช้พลังงาน

ในการขับเคลื่อนน้อย ในที่นี้ก็คือ น้ำมัน นั่นแหละ ข้อสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ รถญี่ปุ่นราคาต้องไม่แพง ย้ำไม่แพง เพียงเท่านี้ก็คงนึกออกกันแล้วใช่ไหม ว่าทำไมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นถึงมีการแข่งขันสูง

และสมรรถนะของรถมีความแข็งแรง และใส่ใจถึงผู้ใช้ ไม่แปลกเลยที่ รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย นั้นจะมีแบรนด์รถยนต์ภายในประเทศตัวเองมากมายเท่านี้

รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย

รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย คุณรู้หรือไม่ว่า ยี่ห้อรถญี่ปุ่นที่ฮิตติดหูคือรุ่นใด?

ยี่ห้อรถญี่ปุ่นติดหูคนไทย ที่เป็นแบรนด์มาจากดินแดนแห่งแดนอาทิตย์ อุทัย หรือ ญี่ปุ่นนั้นเอง เริ่มจากแบรนด์ยอดฮิต ที่มาด้วยโลโก้ตัว H เด่นสง่า คือ แบรนด์ Honda เป็นแบรนด์ที่นู้จักในสายตาชาวโลกอย่างแน่นอน

โดยมีระบบที่คินค้นด้วยตัวแบรนด์เองคือ VTEC ที่เป็นตัวตัดสินให้คนเลือกซื้อแบรนด์ฮอนด้านั่นเอง VTEC คือระบบที่มีการสันดาปของเครื่องยนต์ ที่จะส่งผลให้ตัวเครื่องยนต์มีการเปลี่ยนจังหวะ โดยมีตัวอากาศเข้าไป

เกี่ยวข้องกับกระบวนการสันดาปของวาล์ว ซึ่งถือว่าจุดนี้เป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์นี้จริงๆ ต่อมาเป็นแบรนด์ยุดแรกของญี่ปุ่น ที่ผันตัวเข้ามาสู่วงการผลิตรถยนต์ คือ Mitsubishi ที่คุ้นตาในประเทศไทยในสายรถนักซิ่ง

หรือรถแข่ง แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แค่รถแข่งแต่มี รถกระบะญี่ปุ่น ที่ครองตลาดอย่างหนาแน่น ด้วยจุดขายที่ว่า การขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 4WD ที่ทำให้รถแข็งแรงแม้ขับกลางสายฝน เพียงเท่านี้ก็ครองใจสายซิ่งได้แล้ว 

การจัดอันดับแบรนด์รถญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในโลก มียี่ห้อใดกันบ้าง?

การจัดอันดับนี้มีทุกวงการ และที่ไม่พลาดคือการจัดอันดับแบรนด์ รถญี่ปุ่นชื่อดัง โดยปีนี้ที่ครองแชมป์จะเป็นแบรนด์ไม่ได้นอกจาก Toyota แบรนด์แห่งพลังแนวคิด รถ HiBrid ซึ่งการคิดแหวกแนวของโตโยต้านั้น

ถึงกับสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แก่วงการยานยนต์เลย ด้วยการคำนึงถึงมลภาวะที่รถจะปล่อยออกมา เป็นการลดสภาวะโลกร้อน และแบรนด์ที่รองลงมา คือ Honda เจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว และมีความ

หลากหลายของรุ่น รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย ที่เหมาะกับการใช้การที่แตกต่างกัน โดยคำนึงถึงการใช้งานเพื่อโดยสารเป็นหลัก มีตั้งรถบ้าน 7 ที่นั่ง จนถึง รถสปอร์ต ที่มีความหรูสไตล์ของฮอนด้า ดอดจ์ ไวเปอร์

รถญี่ปุ่นที่คนคุ้นเคย

รถญี่ปุ่นรุ่นปี 90 ที่ไม่ใครเห็น แล้วก็เป็นต้องติดใจในความคลาสสิค

ในช่วงสมัยยุค 90 นั้น การผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่น ที่ว่ากำลังมาแรง และมีการแข่งขันภายในตลาดอย่างมาก ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่มีรถในยุคนั้นที่เวลาเห็นแล้วถึงกับอึ้ง และติดใจ ทั้งการออกแบบของตัวเครื่อง

และรูปลักภายนอก เริ่มจากยี่ห้อ NISSAN รุ่น SKYLINE ที่มาในสีเขียวอมทอง ที่มาด้วยเครื่องยนต์ถึง 6 สูบ 280 แรงม้า และที่สำคัญแรงบิด 4400 rpm ที่ 353 นิวตันเมตร พร้อมกับไฮไลต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ

ส่วนจุดขายสำคัญอยู่ที่ ไฟท้ายรูปทรงกลม และปัจจุบันยังมีจำหน่าย ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นพิเศษ และไม่ต้องกังวลในส่วนอะไหล่ยังมีผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง

ฮอตฮิตติดชาร์ตกับ 5 อันดับรถญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ขายดีในเมืองไทย

พูดถึงรถที่ขายดีในตลาดของประเทศไทยนั้น หลายคนตงคิดต่างกัน แต่วันนี้เราขอนำเสนอในรูปแบบรถญี่ปุ่นที่มียอดขายสูงสุดในไทย เริ่มจาก Handa Jazz ที่ได้รับยอดขายถล่มทลายตั้งแต่มีการเปิดตัวครั้งแรก

ทั้งหน้าตารถที่ดูทันสมัย และภายในอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้งาน ไม่แปลกใจเลยที่ครองตลาดมาได้ยาวนาน อันดับสองนั้นคือ Toyota Yaris เป็นนวัตกรรมของโตโยต้าที่ครองสโลแกน ในการรักษ์โลก

ด้วยการผลิตรถยนต์ ECOCAR มองจากภายนอก ที่ให้มุมมองเป็นรถสปอร์ต อันดับสาม คือ Mitsubishi Pajero Sport ที่มาในสโลแกนว่า ความสำเร็จที่เป็นตัวคุณ จุดขายสำคัญคือการเปิดปิด ประตูหน้าหลังด้วย

ระบบไฟฟ้า และการสั่งการด้วยมือถือผ่าน Application ที่ผลิตจากทางมิตซูบิชิเอง และอันดับที่สี่ กลับกับยี่ห้อ Toyota แต่มาในรุ่น Toyota Fortuner เป็นรถยนต์ขวัญใจครอบครัวที่มีการคำนึงถึงการโดยสาร

แบบครอบครัวใหญ่ ที่ผลิตที่นั่งในห้องโดยสารมาจำนวนถึง 7 ที่นั่ง และอันดับสุดท้าย Mazda CX-8 ที่ให้ความหรูหราในการเดินทางด้วยห้องโดยสารที่ดูทันสมัย และมีดีไซน์ภายนอกที่การจัดแต่งด้วย Chromium

เท่านี้ก็เห็นภาพของดีไซน์แต่ละ แบรนด์รถญี่ปุ่นที่ครองตลาด ในประเทศไทย https://line.me/ti/p/[email protected] โดยแต่ละแบรนด์ก็ทำได้ดีเลยทีเดียว