Volkswagen Beetle รถคลาสสิคตลอดกาล ที่คอรถคลาสสิคพลาดไม่ได้

Volkswagen Beetle ต้นกำเนิดของเจ้าบีเทิล จะเป็นอย่างไรนั้น ?

Volkswagen Beetle เป็นรถที่มีต้นกำเนิด มาจากประเทศเยอรมัน ซึ่งรถอย่างเจ้า ฟ็อลคส์วาเกินบีเทิล เป็นรถที่ได้ ผลิตมารุ่นแรกของ ค่ายดังอย่สงฟ็อลคส์วาเกิน ที่ในช่วงปี 1933 ผู้นำสูงสุด ของประเทศอย่าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้มีแนวคิดว่า จะทำรถที่ประหยัดขึ้นมา ซึ่งในช่วงนั้น ภายในประเทศ จะมีแต่รถที่หรูหรา จากบริษัทผลิตใหญ่นั้นเอง ฮิตเลอร์จึงได้ ให้ผลิตรถที่ ไม่มีราคาที่สูง แต่สามารถใช้งานได้ เพื่อให้ประชาชน ที่มีรายได้ไม่เยอะ สามารถซื้อได้ ขึ้นมานั้นเอง

จึงได้สั่งการให้ วิศวกรยานยนต์ แฟร์ดีนันท์ พอร์เชอ ซึ่งเขานั้น เคยเป็นผู้พัฒนารถ ในยี่ห้อดังๆ ในประเทศมาหลายรุ่น และจากนั้น ความคิดของฮิตเลอร์ ที่จะให้ผลิตรถ ที่สามารถใช้งานได้ ทั้งครองครัว แต่มีราคาไม่แพง ก็สำเร็จขึ้น ซึ่งได้ตั้งชื่อว่า ฟ็อลคส์วาเกินไทป์1 ที่สามารถเป็นรถ ที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่สามารถจุคน ในครอบครัวได้นั้นเอง ซึ่งในรุ่นแรกนั้น

เครื่องยนต์โดยส่วนใหญ่นั้น เครื่องยนต์ของทุกรุ่น จะเป็นเครื่องแบบ 4 สูบนอน ที่ความขนาดความจุ ตั้งแต่ 1300cc-1600cc สามารถวิ่งด้วย ความเร็วสูงสุดคือ 100 km/hr ซึ่งในช่วงนั้น ถือว่าผลิตรถรั่นนี้ขึ้น เพื่อเป็นการ กระตุ้นเศรฐกิจ ภายในประเทศ อีกด้วยนั้นเอง และต่อมาในปี 1937 บริษัทผลิตรถ ฟ็อลคส์วาเกิน ก็ได้ก่อตั้งขึ้น หลังจากนั้น 1 ปีต่อมา ก็ได้ผลิตรถบีเทิลขึ้นมา

เป็นรถที่ราคาถูกมากในช่วงนั้น ซึ่งเป็นผลดี ต่อคนในประเทศ ที่สามารถซื้อมาใช้ได้ โดยไม่ยากอีกด้วย จึงทำให้เป็นรถ ที่มีผู้คนใช้กัน เป็นอย่างมาก ในช่วงยุคนั้น ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อใช้งานโดยเฉพาะ ที่จะไม่มีความหรูหรามากนัก แต่ด้วยเทคโนโลยี ในสมัยนั้น ก็ถือว่าอำนวยความสะดวก ได้อย่างมาก สำหรับเจ้าบีเทิล ในรุ่นแรกนั้นเอง @ufabet168v4

Volkswagen Beetle

การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 จะส่งผลกระทบอย่างไร ? กับเจ้สบีเทิล

ซึ่งหลังจาก บริษัทได้ผลิต รถยนต์ฟ็อลคส์วาเกิน ในรุ่นแรกขึ้น ซึ่งในปีต่อมาได้เกิดสงครามโลกขึ้นมา จึงทำให้ยอดการผลิต ของรถรุ่นบีเทิลนั้น มียอดที่ลดลง แต่เมื่อเกิดสงคราม เจ้าบีเทิลเป็นรถ ที่สร้างขึ้นมา เพื่อใช้งานโดยเฉพาะ ซึ่งการทำเครื่องยนต์ ที่ออกแบบมา ไม่มีเทคโนโลยี อะไรที่มากมานนัก จึงทำให้ในช่วงนั้น ฮิตเลอร์ได้นำ ไปใช้ในสงคราม

การปฏิบัติการต่างๆ ทางการทหาร ซึ่งเมื่อเกิดสงครามขึ้น จึงทำให้ยอดขาย ของฟ็อลคส์วาเกิน ตกลงอย่างมาก เนื่องจากไม่มีใคร ที่จะซื้อรถใช้ ในยามสงครามนั้นเอง และอีกปัจจัยนั้นคือ ทรัพยากรนั้น ได้หายากมากนั่นเอง และในช่วงนั้น บริษัทฟ็อลคส์วาเกิน ก็เสียหาย จากสงครามด้วยเช่นกัน 

หลังจากที่สงครามสงบ จะมียอดขายเป็นอย่างไรบ้างนั้น ?

หลักจากที่สงคราม ได้สงบลงนั้น หลายบริษัทที่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์ ได้ถูกข้อบังคับ จากฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ไม่ผลิตรถยนต์ มากจนเกินไป ตามเงื่อนไข ที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งบริษัทผลิตรถยนต์ ได้มองเห็นว่า รถฟ็อลคส์วาเกินไทป์1 เป็นรถที่ เกรดต่ำจนเกินไป จึงได้มองว่า เป็นรถที่ไม่สามารถ ทำกำไรได้มากมายหรือ อาจจะมองว่า ผลิตออกมาไม่คุ้มนั้นเอง

จึงทำให้ในช่วงนั้น มีการผลิตบีเทิล ออกมาไม่มากนัก และต่อมาในช่วงปี 1946 อุตสาหกกรรมทางด้วนยานยตน์ ได้เริ่มผ่อนคลาย ความตรึงเครียดลง จะทำให้เจ้าบีเทิล ได้มียอดผลิต ที่พุ่งสูงมากขึ้นและยังผลิตบีเทิล ที่สามารถเปิดประทุนได้อีกด้วย และในช่วงต่อมา เจ้าบีเทิลนั้น ถือว่าเป็นรถยอดนิยม

อีกรุ่งนึงเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีราคาที่ ไม่แพงจนเกินไป และมีรูปทรงที่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ในช่วงนั้น มียอดขายพุ่งสูง เลยนั่นเอง 

Volkswagen Beetle ในช่วงที่มียอดขายที่ดีที่สุด 

ในช่วงปี 1967 ได้เริ่มใช้ชื่อ ฟ็อลคส์วาเกินบีเทิล อย่างเป็นทางการ ซึ่งรูปทรงของตัวรถ ก็ไม่ได้มีการ เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ แต่สำหรับเครื่องยนต์ ที่ได้พัฒนามากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเครื่องในรุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1500cc ที่ทีกำลังแรกม้า 54 แรงม้า ซึ่งสามารถเร่งความเร็ว ได้สูงที่สุดคือ 130km/hr นั่นเอง และนอกจากนั้น ยังได้เพิ่มอุปกรณ์ ภายในตัวรถ

ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ที่พักแขนของคนขับ กระจกมองหลัง ที่ปัดน้ำฝน ปุ่มล๊อกประตู และแอร์ที่ได้ปรับเปลี่ยน ระบบให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งในรุ่นนี้นั้น ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลง อะไรหลายๆอย่าง จึงทำให้ เจ้าบีเทิลนั้น เป็นรถที่ มีความนิยม เป็นอย่างสูง ในช่วงนั้นเลย และยอดขายที่ถล่มทลาย อย่างไม่น่าเหลือเชื่อ เลยเช่นกัน อเมริกันสปอร์ตพันธุ์ดุ

Volkswagen Beetle

ช่วงเวลาในยุคสุดท้ายของเจ้าบีเทิล จะเป็บแบบใดนั้น ?

ในช่วงปี 1971 ถือว่าเป็ช่วงปลาย ของรถอย่าง VolkswagenBeetle ซึ่งในปีนั้น ได้ทำรุ่นใหม่ออกมาคือ รุ่นซูเปอร์บีเทิล 1302 ซึ่งในรุ่นนี้นั้น มีความแตกต่างจากรุ่นเดิม ไปอย่างมาก ซึ่งในรุ่นนี้มีรูปทรง ให้เลือกกันอยู่ 2 แบบ คือแบบเปิดประทุน และแบบซีดาน และได้พัฒนาช่วงล่าง ให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม และยังถือว่าเป็นรถ ที่ออกแบบกระจก ที่ไม่เหมือนรุ่นใด

คือมีความโค้งมน ของกระจกนั่นเอง และสองปีต่อมา ได้พัฒนาเครื่องยนต์ ที่ในรุ่นก่อนๆนั่น เป็นเครื่องคาร์บูเรเตอร์ มาเป็นเครื่องแบบหัวฉีด ซึ่งในรุ่นนี้ถือว่า เป็นการพัฒนา เป็นครั้งสุดท้าย ของเจ้าบีเทิล และในช่วงต่อมาในปี 1995 ยอดการขาย ได้ตกลงอย่างมาก จึงทำให้บริษัท ที่ยังคงผลิตอยู่นั้น เหลือแค่เพียงบริษัทเดียว ในประเทศแม็กซิโก เท่านั้นนั่นเอง

ทางบริษัทฟ็อลคส์วาเกิน จึงทำการติดสินใจ เลิกผลิตบีเทิลลง ด้วยระยะเวลา ที่ยาวนานของ เจ้าบีเทิลนั้น เป็นรถที่ออกแบบมา ไม่ว่าจะกี่รุ่นนั้น ก็ยังคงความเป็น รถเต่าที่มีความคลาสสิค เป็นเอกลักษณ์ เป็นของตัวเอง แต่อาจจะไม่เป็นที่นิยม ของคนส่วนใหญ่มากนัก ที่ชอบความทันสมัย ของรถในรุ่นใหม่ จึงทำให้เจ้า รถเต่าฟ็อลคส์วาเกิน เลิกผลิตลงในที่สุด แต่ก็ยังคงเป็นรถ ที่ขึ้นแท่นความคลาสสิค ที่ยังมีความนิยม ของคนบางกลุ่ม ที่ชอบเล่นรถคลาสสิคนั่นเอง รถสปอร์ตสายพันธุ์อเมริกัน